อารัยเอ่ย ? ที่มานเปงเรื่อง
ที่ปกปิดมานแสนนาน
เรื่องแรก . คงหนีมะพ้นเรื่องกรรไกรแสนกล
มานเป็นเรื่องที่สมัยเด็กๆ เรียน ศิลปะที่ต้องใช้กรรไกรตัดกระดาษ แต่ดันไม่ได้ตัด
แค่กระดาษ ดันไปตัดโดนกระโปรงตัวเองเข้าด้วย เลยต้องโกหกแม่ว่าจิง ๆ เพื่อน
ตัดมาโดน คิดเหรอว่าแม่จะเชื่อ 2 วันต่อมา ฉานได้ใส่กระโปรงขาดที่ผ่านการปะ
ชุน แม่ไปส่งที่โรงเรียน อายก็อาย แต่แม่บอกรางวัลของคนโกหก...ซึ้งแล้วแม่จ๋า
เรื่องที่สอง ต้องเรื่องนี้ . ปลาทองสุด love
ขอเล่าฟามหลังนิ๊สนุง ฉานเกิดมาในครอบครัว ทหารพ่อฉานรับราชการ
ทหารเป็นรั้วของชาติช่วงนั้นพ่อฉานปาร์ตี้ตลอดกินเหล้า เฮฮา เกือบทุก
วัน จนวันหนึ่ง แม่เริ่มมะไหวกับการเฮฮาของพ่อละ เพราะเช้ามาพ่อจะ
บอกแม่ว่าอยากทานอันนั้น อันนี้ แม่ก็ตกบ่ายไปจ่ายตลาดทำกับข้าวรอ
สามีสุด love กลับมาทานมื้อเย็นด้วยกัน แต่พ่อกลับมาดึกทุกวัน หลาย ๆ
วันเข้าแม่ชักเดือด 4ทุ่มเวลาเดิมเสียงรถพ่อจอดหน้าบ้าน แม่จูงมือฉาน
บอกว่าอย่าเสียงดังให้แอบพ่อ ฉานกับแม่ไปแอบนั่งในห้องเก็บของแบบ
เงียบ ๆ ไฟในบ้านก็ไม่เปิด พ่อเข้ามา เรียกหาแม่ สลับกับเรียกหาฉาน
เป็นระยะ ผ่านไปได้สักพัก ฉานกับแม่ก้ไม่ได้ส่งเสียงตอบพ่อเลย พ่อเริ่ม
เสียงดังขึ้น และประโยคต่อไปที่ฉานไม่เคยได้ยินมาตลอด 10 ก่านาที ที่
ผ่านมา คือ ถ้าไม่ออกมาจะเทปลาทองในตู้ทิ้ง สิ้นเสียง ฉานพุ่งตัวออก
ห้องเก็บของ ตีลังกาหน้า 2 รอบ ลังกาหลังอีก 2 รอบ จบด้วยท่าเข่าคู้ แล้ว
ผายอกและมือ อย่างสง่างาม อยู่ตรงหน้าพ่อ ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ตามหลังว่า
แหมมม มันไวจิง ๆ พ่อเค้าแค่ขู่เล่น แต่ฉานปี่แตกไปละ นึกว่าปลาทองสุด
love ของฉานออกมานอนพะงาบ พะงาบ นอกตู้ แม่บอกคราวหน้าอย่าหลง
กลพ่ออีกรู้ไหม....อิอิ
เรื่องที่สาม.คือรองเท้าสเก็ต
ย้อนกลับไปตอนเด็กมีช่วงหนึ่งที่เค้าฮิตกันมาก ๆ คือเล่น สเก็ต ......หึหึ
สเก็ตนะมะช่ายรอเรอร์เบท นานจัดด้วยความบ้าเห่อ ใส่มันทั้งวันเหมือน
จะเล่นเก่ง เหมือนจะวิ่งได้ ป่าวหรอก ใส่แล้วยืนนิ่ง ๆ อมภูมิให้ดูแล้วกุทำได้
เป็นอย่างงี้ทั้งวัน ตกตอนเย็น พ่อชวนไปซื้อกับข้าว ร้านขายของกะเด็กเป็น
ของคู่กัน อย่างที่ทุกท่านทราบดี ฉานก็ให้พ่ออุ้มขึ้นรถ เพื่อที่จะไปด้วยพ่อ
เหมือนจะรู้ทัน พอไปถึงร้านไม่อุ้มลงปล่อยฉานนั่งทำตาแป่ว ทำไงละทีนี้
ถ้าไม่ลงไปจะไม่ได้ไอติม พ่อบอกอยากได้ให้ลงมาเอาเอง เหอ ๆ ใครจะ
พลาดโอกาศแบบนี้ไปได้ ว่าละก็คลานลงมา คลานมัน 4 ขา จนไปถึงตู้ไอติม
พ่อทนดูไม่ได้รีบหยิบไอติมให้ จ่ายเงินแล้วรีบกลับบ้านเลย อิอิ ทำไงได้
อยากเท่ห์ + มีไอติมอร่อย ๆ กินด้วยนิน่า
เรื่องที่สี่.จะมีใครรู้มั่งฉานเคยประกวดนางนพมาส
นึกไปนึกมาฉานเคยมีเรื่องแบบนี้เข้ามาในชีวิตด้วยเหรอฟ่ะ....? ฮั่นแน่นึกละ
ขำ ตอนนั้นอยู่มหาลัยปี 1 (นานหลายปีอยู่...คริคริ) เรื่องยุ่ง ๆ เกิดขึ้นที่ ค่าย
ทหารที่พ่อทำงานอยู่ ฉานก็กลับบ้านไปโดยไม่รู้ตัวว่าหายนะกำลังจะเกิดขึ้น
(ว่าแต่หายนะฉานหรือหายนะคนที่นั้น) สรุปว่าไปถึงเค้าจับฉานแต่งตัว แต่หน้า
ทาปาก จับใส่ชุดไทย โอ้วววววววแม่เจ้า มันเป็นเรื่องที่ฉานไม่กล้าบอกใครเลย
สุดท้ายการประกวดจบลง ฉานคว้าตำแหน่ง นางงามพยายามสวย เอ๊ย ไม่ช่าย
ได้ตำแหน่งที่ 3 มา เกือบทำวงศ์ตระกูลอับอายแต่ทุกวันนี้ยังข้องใจ ว่าพ่อใต้โต๊ะ
ไปหรือป่าว ยางสงสัยอยู่.....คริคร
เรื่องสุดท้าย.คงหนีไม่พ้นนอนหน้าคอนโด
หึหึ.....ว่าละแค้นไม่หาย ตอนจบมาใหม่ ๆ ได้ทำงานเป็นเลขาที่บริษัทแห่งหนึ่ง
แถวแยก 35โบว์ เป็นบริษัทสอนเทควันโด้ตามโรงเรียนแทนวิชาพละ และสอน
พิเศษตามโรงแรม (คอรส์เสริมสำหรับลูกคนมีกะตังค์) ช่วงนั้น กิน เที่ยว สนุก
สนานตามใจฉาน เที่ยวกะเพื่อนที่เป็นเกย์อีก 2 คนซึ่งมัน 2 คนเป็นแฟนกัน...
จำได้วันนั้นเมามากกกกก แต่งตัวอย่างงาม ใส่เสื้อคล้องคอ ใส่กางเกงยีนส์
ขายาว รองเท้าสูงปี๊ดดด ปล่อยผมยาวสะลวย ยางไม่ทันจะเที่ยงคืน....หึหึ
ฉานแมวเล้า (เมาแล้ว) มาวววชนิดอ้วกใส่ตัวเอง ไม่สามารถจะเดินเองได้
กลายเป็นสัตว์เซลล์เดียวไม่มีกระดูก วางตรงไหน จะอยู่ในสภาพไร้เรี้ยวแรง
สุดท้ายเพื่อนเกย์น่ารัก 2 คนพากลับห้อง พานั่งแท๊กซี่กลับมายังคอนโดน้อย
กลอยใจ ถึงหน้าคอนโดปุ๊บ จ่ายเงินอะไรเรียบร้อย กำลังจะพยุงฉานขึ้นห้อง
มาน 2 คนดันทะเลาะกันเรื่องหึงหวงตอนที่ไปเที่ยว มัน 2 คน พร้อมใจกันวาง
ฉานลงตรงนั้น พื้นถนนหน้าคอนโด แล้วยืนเถียงกัน ตอนนั้นฉานพอจะรู้สึก
ตัว แต่ยังไม่สามารถจะทำอะไรเองได้ ได้ยินแต่เสียงบอกว่าระวังรถจะถอย
มาทับมัน ฉานพยายามรวบรวมสติที่มีอยู่น้อยเต็มทน ขยับตัวหนีให้พ้นทางรถ
แต่ยังอยู่ในสภาพนอนอยู่บนพื้นถนน....หึหึ ไม่พอมาน 2 คนลากฉานใส่ลิฟต์
พอถึงชั้นที่อยู่มันลากฉานเข้าห้องนอน และปล่อยให้ฉานนอนทั้งที่ชุดมีแต่
อ้วก เพื่อนเวงเอ๊ย แต่จะบอกว่าไอ่ที่มันลาก ๆ อะ ไม่ใช่ลากแขนนะ มันจับข้อ
เท้าแล้วลาก ตื่นมา หัวปูด ข้อศอกเขียว แขนช้ำ ....ตื่นเช้ามาไม่อยากลงมา
ข้างล่าง อายยามใต้ตึกมาก ๆ อายไปอยู่หลายอาทิตย์ ....นู๋อายน๊า
Ps . มันเป็นทั้งความประทับใจ เป็นทั้งความอับอาย เป้นทั้งเรื่องที่อยากจะลืม
แต่ลืมไม่ลง สีสันแบบนี้มันเป้นความเฉพาะตัวจิง ๆ ให้ตายสิ แต่ทุกอย่างทุกเรื่อง
จะเป้นครั้งแรกและครั้งเดียว ก็คงจะเกินพอละ
edit @ 2007/01/08 10:31:22
edit @ 2007/01/08 10:31:49
edit @ 2007/01/08 10:33:32
edit @ 2007/01/08 11:00:40
edit @ 2007/01/08 11:01:27