2007/Jan/08

อารัยเอ่ย ? ที่มานเปงเรื่อง

ที่ปกปิดมานแสนนาน

เรื่องแรก . คงหนีมะพ้นเรื่องกรรไกรแสนกล

มานเป็นเรื่องที่สมัยเด็กๆ เรียน ศิลปะที่ต้องใช้กรรไกรตัดกระดาษ แต่ดันไม่ได้ตัด

แค่กระดาษ ดันไปตัดโดนกระโปรงตัวเองเข้าด้วย เลยต้องโกหกแม่ว่าจิง ๆ เพื่อน

ตัดมาโดน คิดเหรอว่าแม่จะเชื่อ 2 วันต่อมา ฉานได้ใส่กระโปรงขาดที่ผ่านการปะ

ชุน แม่ไปส่งที่โรงเรียน อายก็อาย แต่แม่บอกรางวัลของคนโกหก...ซึ้งแล้วแม่จ๋า

เรื่องที่สอง ต้องเรื่องนี้ . ปลาทองสุด love

ขอเล่าฟามหลังนิ๊สนุง ฉานเกิดมาในครอบครัว ทหารพ่อฉานรับราชการ

ทหารเป็นรั้วของชาติช่วงนั้นพ่อฉานปาร์ตี้ตลอดกินเหล้า เฮฮา เกือบทุก

วัน จนวันหนึ่ง แม่เริ่มมะไหวกับการเฮฮาของพ่อละ เพราะเช้ามาพ่อจะ

บอกแม่ว่าอยากทานอันนั้น อันนี้ แม่ก็ตกบ่ายไปจ่ายตลาดทำกับข้าวรอ

สามีสุด love กลับมาทานมื้อเย็นด้วยกัน แต่พ่อกลับมาดึกทุกวัน หลาย ๆ

วันเข้าแม่ชักเดือด 4ทุ่มเวลาเดิมเสียงรถพ่อจอดหน้าบ้าน แม่จูงมือฉาน

บอกว่าอย่าเสียงดังให้แอบพ่อ ฉานกับแม่ไปแอบนั่งในห้องเก็บของแบบ

เงียบ ๆ ไฟในบ้านก็ไม่เปิด พ่อเข้ามา เรียกหาแม่ สลับกับเรียกหาฉาน

เป็นระยะ ผ่านไปได้สักพัก ฉานกับแม่ก้ไม่ได้ส่งเสียงตอบพ่อเลย พ่อเริ่ม

เสียงดังขึ้น และประโยคต่อไปที่ฉานไม่เคยได้ยินมาตลอด 10 ก่านาที ที่

ผ่านมา คือ ถ้าไม่ออกมาจะเทปลาทองในตู้ทิ้ง สิ้นเสียง ฉานพุ่งตัวออก

ห้องเก็บของ ตีลังกาหน้า 2 รอบ ลังกาหลังอีก 2 รอบ จบด้วยท่าเข่าคู้ แล้ว

ผายอกและมือ อย่างสง่างาม อยู่ตรงหน้าพ่อ ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ตามหลังว่า

แหมมม มันไวจิง ๆ พ่อเค้าแค่ขู่เล่น แต่ฉานปี่แตกไปละ นึกว่าปลาทองสุด

love ของฉานออกมานอนพะงาบ พะงาบ นอกตู้ แม่บอกคราวหน้าอย่าหลง

กลพ่ออีกรู้ไหม....อิอิ

เรื่องที่สาม.คือรองเท้าสเก็ต

ย้อนกลับไปตอนเด็กมีช่วงหนึ่งที่เค้าฮิตกันมาก ๆ คือเล่น สเก็ต ......หึหึ

สเก็ตนะมะช่ายรอเรอร์เบท นานจัดด้วยความบ้าเห่อ ใส่มันทั้งวันเหมือน

จะเล่นเก่ง เหมือนจะวิ่งได้ ป่าวหรอก ใส่แล้วยืนนิ่ง ๆ อมภูมิให้ดูแล้วกุทำได้

เป็นอย่างงี้ทั้งวัน ตกตอนเย็น พ่อชวนไปซื้อกับข้าว ร้านขายของกะเด็กเป็น

ของคู่กัน อย่างที่ทุกท่านทราบดี ฉานก็ให้พ่ออุ้มขึ้นรถ เพื่อที่จะไปด้วยพ่อ

เหมือนจะรู้ทัน พอไปถึงร้านไม่อุ้มลงปล่อยฉานนั่งทำตาแป่ว ทำไงละทีนี้

ถ้าไม่ลงไปจะไม่ได้ไอติม พ่อบอกอยากได้ให้ลงมาเอาเอง เหอ ๆ ใครจะ

พลาดโอกาศแบบนี้ไปได้ ว่าละก็คลานลงมา คลานมัน 4 ขา จนไปถึงตู้ไอติม

พ่อทนดูไม่ได้รีบหยิบไอติมให้ จ่ายเงินแล้วรีบกลับบ้านเลย อิอิ ทำไงได้

อยากเท่ห์ + มีไอติมอร่อย ๆ กินด้วยนิน่า

เรื่องที่สี่.จะมีใครรู้มั่งฉานเคยประกวดนางนพมาส

นึกไปนึกมาฉานเคยมีเรื่องแบบนี้เข้ามาในชีวิตด้วยเหรอฟ่ะ....? ฮั่นแน่นึกละ

ขำ ตอนนั้นอยู่มหาลัยปี 1 (นานหลายปีอยู่...คริคริ) เรื่องยุ่ง ๆ เกิดขึ้นที่ ค่าย

ทหารที่พ่อทำงานอยู่ ฉานก็กลับบ้านไปโดยไม่รู้ตัวว่าหายนะกำลังจะเกิดขึ้น

(ว่าแต่หายนะฉานหรือหายนะคนที่นั้น) สรุปว่าไปถึงเค้าจับฉานแต่งตัว แต่หน้า

ทาปาก จับใส่ชุดไทย โอ้วววววววแม่เจ้า มันเป็นเรื่องที่ฉานไม่กล้าบอกใครเลย

สุดท้ายการประกวดจบลง ฉานคว้าตำแหน่ง นางงามพยายามสวย เอ๊ย ไม่ช่าย

ได้ตำแหน่งที่ 3 มา เกือบทำวงศ์ตระกูลอับอายแต่ทุกวันนี้ยังข้องใจ ว่าพ่อใต้โต๊ะ

ไปหรือป่าว ยางสงสัยอยู่.....คริคร

เรื่องสุดท้าย.คงหนีไม่พ้นนอนหน้าคอนโด

หึหึ.....ว่าละแค้นไม่หาย ตอนจบมาใหม่ ๆ ได้ทำงานเป็นเลขาที่บริษัทแห่งหนึ่ง

แถวแยก 35โบว์ เป็นบริษัทสอนเทควันโด้ตามโรงเรียนแทนวิชาพละ และสอน

พิเศษตามโรงแรม (คอรส์เสริมสำหรับลูกคนมีกะตังค์) ช่วงนั้น กิน เที่ยว สนุก

สนานตามใจฉาน เที่ยวกะเพื่อนที่เป็นเกย์อีก 2 คนซึ่งมัน 2 คนเป็นแฟนกัน...

จำได้วันนั้นเมามากกกกก แต่งตัวอย่างงาม ใส่เสื้อคล้องคอ ใส่กางเกงยีนส์

ขายาว รองเท้าสูงปี๊ดดด ปล่อยผมยาวสะลวย ยางไม่ทันจะเที่ยงคืน....หึหึ

ฉานแมวเล้า (เมาแล้ว) มาวววชนิดอ้วกใส่ตัวเอง ไม่สามารถจะเดินเองได้

กลายเป็นสัตว์เซลล์เดียวไม่มีกระดูก วางตรงไหน จะอยู่ในสภาพไร้เรี้ยวแรง

สุดท้ายเพื่อนเกย์น่ารัก 2 คนพากลับห้อง พานั่งแท๊กซี่กลับมายังคอนโดน้อย

กลอยใจ ถึงหน้าคอนโดปุ๊บ จ่ายเงินอะไรเรียบร้อย กำลังจะพยุงฉานขึ้นห้อง

มาน 2 คนดันทะเลาะกันเรื่องหึงหวงตอนที่ไปเที่ยว มัน 2 คน พร้อมใจกันวาง

ฉานลงตรงนั้น พื้นถนนหน้าคอนโด แล้วยืนเถียงกัน ตอนนั้นฉานพอจะรู้สึก

ตัว แต่ยังไม่สามารถจะทำอะไรเองได้ ได้ยินแต่เสียงบอกว่าระวังรถจะถอย

มาทับมัน ฉานพยายามรวบรวมสติที่มีอยู่น้อยเต็มทน ขยับตัวหนีให้พ้นทางรถ

แต่ยังอยู่ในสภาพนอนอยู่บนพื้นถนน....หึหึ ไม่พอมาน 2 คนลากฉานใส่ลิฟต์

พอถึงชั้นที่อยู่มันลากฉานเข้าห้องนอน และปล่อยให้ฉานนอนทั้งที่ชุดมีแต่

อ้วก เพื่อนเวงเอ๊ย แต่จะบอกว่าไอ่ที่มันลาก ๆ อะ ไม่ใช่ลากแขนนะ มันจับข้อ

เท้าแล้วลาก ตื่นมา หัวปูด ข้อศอกเขียว แขนช้ำ ....ตื่นเช้ามาไม่อยากลงมา

ข้างล่าง อายยามใต้ตึกมาก ๆ อายไปอยู่หลายอาทิตย์ ....นู๋อายน๊า

Ps . มันเป็นทั้งความประทับใจ เป็นทั้งความอับอาย เป้นทั้งเรื่องที่อยากจะลืม

แต่ลืมไม่ลง สีสันแบบนี้มันเป้นความเฉพาะตัวจิง ๆ ให้ตายสิ แต่ทุกอย่างทุกเรื่อง

จะเป้นครั้งแรกและครั้งเดียว ก็คงจะเกินพอละ


edit @ 2007/01/08 10:31:22


edit @ 2007/01/08 10:31:49
edit @ 2007/01/08 10:33:32
edit @ 2007/01/08 11:00:40
edit @ 2007/01/08 11:01:27

2007/Jan/07

++มันคืออะไร ! ++

....ชีวิตคนหนึ่งวัน เกิดอะไรขึ้นมากมายหลาย หลายอย่างมีทุกรสชาด

มีทั้งเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม น้ำตา ความเหงา แต่ท้ายที่สุด มันเกิดขึ้นจาก

บุคคลคนหนึ่ง ฉันก็เป็นคนหนึ่งในกลุ่มคนเป็นล้าน...ล้าน บนโลกใบนี้

มีหลากหลายอารมณ์ หลากหลายความต้องการ แต่ความสิ้นสุดมันอยู่

ตรงไหน มีใครตอบได้บ้าง....

...บางครั้ง ฉัน อาจเป้นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกใบนี้ก็ได้ แต่ในบาง

ความรู้สึก ก็ต้องการมากกว่าสิ่งที่มีอยู่ คนเราหนอ..ช่างไม่มีความพอดี

เอาเสียเลย ฉันผิดพลาด หรือ ฉันเหงา มาถึงตอนนี้ฉันก็ยังตอบตัวเอง

ไม่ได้เสียที ความพอดีของชีวิตอยู่ตรงไหน วันหนึ่ง ๆ ของคนบนโลก

ก็มี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ ความต้องการของคนไม่เท่ากัน ฉันละพอใจ

กับชีวิตที่มีอยู่หรือยัง ยังคงเป็นคำถามที่ตัวเองต้องหาคำตอบให้ได้

แม่เคยบอกว่า ไม่มีชีวิตใครที่สวยงามไปทุก ๆ อย่างหรอก ดูอย่างนิ้วมือ

คนเราสิ ยังไม่เท่ากันเลย ตอนนั้นฉันยังไม่ค่อยเข้าใจอะไร แต่ชีวิตก็ยัง

ดำเนินต่อมาเรื่อย ๆ ฉันเริ่มเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงบอกฉันอย่างนั้น....

....แต่บางครั้งฉันก็ยังคงแอบที่จะพยายามต่อเติมส่วนที่ขาดหาย ในทาง

กลับกันฉันก็พยายามหยุดความต้องการเหล่านั้น โลกของฉันไม่มีสีขาว

หรือ สีดำ ก็คงเป็นได้แค่สีเทา ๆ ไม่มีผิดหรือถูก คงเป็นได้แค่กล้ำกึ่ง....

....แต่สุดท้ายนี้จะสัญญากะตัวเองว่าจะไม่ทำให้คนที่รักเราเสียใจเด็ดขาด

" ขอบคุณบ่าที่อบอุ่นที่คอยรองรับเวลาที่ฉันท้อแท้ เวลาที่ฉันงอแง เวลาที่

ฉันเอาแต่ใจตัวเอง ขอบคุณอีกครั้งที่หยิบยื้นสิ่งดี ๆ ให้แก่กัน สัญญาว่าจะ

ไม่ทำตัวเผลอใจอีกแล้ว สัญญาค่ะคนดี "


edit @ 2007/01/07 17:14:58
edit @ 2007/01/07 17:19:15